เครื่องแพ็คมือสองดีไหม มีลูกค้าจำนวนมากมักจะสอบถามว่ามีเครื่องแพ็คมือสองหรือเครื่องรัดกล่องมือสองหรือไหม? และเครื่องมือสองจะดีไหม? คำตอบคือ มี ส่วนจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่างซ่อม กับกลไกต่างๆที่นำมาประกอบว่ายังมีความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ ช่างซ่อมที่เก่งสามารถทำเครื่องแพ็คมือสองได้ไกล้เคียงกับเครื่องมือหนึ่งได้

ที่มาของเครื่องแพ็คมือสอง
ปัจจุบันมีลูกค้าหลายรายมีเครื่องแพ็คแล้วแทบไม่ได้ใช้งานเลย หรือใช้เครื่องแพ็คน้อยมาก อาจจะแพ็คสินค้าโดยวิธีการอื่นแทน เช่นใช้เครื่องรัดเชือกฟาง หรือการปิดด้วยเทปกาว หรือลูกค้าบางรายอาจจะเลิกกิจการเสียก่อนก็นำไปสู่การเลิกใช้เครื่องแพ็ค
![]() |
![]() |
ถ้าได้เครื่องแพ็คมือสองแบบนี้มาถือว่าโชคดีมาก เพราะเหมือนกับได้เครื่องแพ็คของใหม่ แต่เครื่องแพ็คบางตัวที่ลูกค้าขายคืนก็อาจมาจากเหตุผลจากการชำรุด ที่ว่าพอเสียมากๆ ซ่อมหลายๆครั้งจนไม่คุ้ม ลูกค้าก็จะขอตีเทินร์เครื่องแพ็ค แล้วสั่งเครื่องใหม่แทน เครื่องพวกนี้ก็จะถูกนำมาสร้างเป็นเครื่องแพ็คมือสอง แล้วเครื่องแพ็คมือสองดีไหม
การประกอบเครื่องแพ็คมือสอง
วิธีการประกอบเครื่องแพ็คมือสอง ปกติเครื่องแพ็คที่รับซื้อคืนมาหลายๆตัว อาจจะมีทั้งเครื่องแพ็คจีน เครื่องแพ็คใต้หวัน และเครื่องแพ็คญี่ปุ่น และการเสียของเครื่องแพ็คก็จะไม่เหมือนกัน บางตัวเสียที่ระบบไฟ บางตัวเสียที่ชิ้นส่วนกลไก ดังนั้นตัวไหนที่กลไกบางอย่างยังดีก็จะถูกคัดเลือกไว้ (โดยเฉพาะเครื่องแพ็คใต้หวันกับเครื่องญี่ปุ่นซึ่งกลไกจะดีกว่า) ส่วนชิ้นส่วนที่ไม่ดีและซ่อมแล้วก็ไม่น่าจะคุ้ม ก็จะถูกคัดทิ้งออกไป เมื่อช่างทำการรวบรวมชิ้นส่วนของกลไกทั้งหมดได้แล้วก็มาดูต่อว่ายังมีอะไรที่ขาดเหลืออีกหรือไม่ ถ้ายังขาดกลไกส่วนอื่น ก็จะใช้ของใหม่ใส่แทนเข้าไป ยิ่งเครื่องแพ็คมือสองเครื่องที่ใช้กลไกใหม่ใส่เข้าไปมาก ราคาก็อาจจะสูงเพิ่มขึ้นตามคุณภาพ
![]() |
![]() |
เครื่องแพ็คที่เราเห็นว่าเป็นเครื่องจีนที่ไม่ใช่เครื่องแพ็คแบบเกรด A เครื่องพวกนี้ก็จะนำมาปรับปรุงซ่อมแซมเช่นกัน แต่จะนำมาเก็บไว้เป็นเครื่องสำรองให้กับลูกค้าไว้ใช้งานแทนระหว่างการซ่อมของลูกค้า จึงมักจะไม่นำออกมาขาย เพราะผู้ขายก็อาจจะไม่คุ้มกับการเสียที่อาจเกิดขึ้นบ่อยได้ สรุปแล้วซื้อเครื่องแพ็คมือสองดีไหม? คำตอบคือดีถ้าได้เครื่องแพ็คมือสองดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถ้าได้เครื่องแพ็คคุณภาพดีๆ ก็ใช้ต่อไปได้อีกหลายปีไม่มีปัญหา แต่บางเครื่องก็ต้องยอมรับว่าอาจมีปัญหาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร อาจจะเป็นเพียงกลไกไม่เข้าที่เมื่อเกิดการกระแทกในระหว่างขนส่ง
![]() |
![]() |
ก่อนซื้อเครื่องแพ็คมือสองลูกค้าต้องถามตนเองก่อนว่า ลูกค้าใช้เครื่องหนักมากหรือไม่? ลูกค้าอยู่ไกลจากช่างหรือไม่? และลูกค้าเคยใช้เครื่องแพ็คหรือไม่? ถ้าตอบว่าใช่ทุกข้อ ก็จะไม่แนะนำให้ซื้อเครื่องแพ็คมือสองโดยเฉพาะเครื่องเกรดต่ำ เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า แม้เครื่องแพ็คจะทำขึ้นแล้วอย่างดี ก็อาจเจอกับปัญหาได้ และถ้าเจอปัญหาแล้วลูกค้าอยู่ไกลจากช่าง ก็จะเกิดปัญหาเรื่องการบริการที่ล่าช้าได้ แต่ถ้าอยู่ไม่ไกลจากช่างซ่อมหรือผู้ขาย และใช้งานไม่หนักมาก ก็หาซื้อได้ หรือไม่ก็ซื้อเครื่องมือสองที่เป็นเกรดดีแทน
ถ้าจำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องแพ็คมือสองจริงๆ พยายามหาเครื่องแพ็คมือสองที่นำเข้าจากใต้หวัน (เหมาะกับงานหนักในโรงงาน) หรือญี่ปุ่น(เหมาะกับงานในสำนักงาน) และที่สำคัญถามด้วยว่ามีการรับประกันหรือไม่ ถ้าเครื่องดีจริงช่างต้องกล้ารับประกันกับเครื่องแพ็คที่ขายไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม (098)429-9324





